วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

งานวันรักษ์เขาคอหงส์ ๔ มิ.ย ๕๓ ณ อ่างเก็บน้ำ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดนตรีวงออเคสตร้า
ดนตรีจากสามัญชนคนรักษ์ป่า
การแสดงมโนราห์
การเเข่งขันตอบปัญหาของโรงเรียนมัธยม
อ่านบทกวี โดยศิลปินแห่งชาติ อ.สถาพร ศรีสัจจัง และกวีซีไรต์ คุณมนตรี ศรียงค์
ดนตรีประสานเสียง
วัฒน์ , โชค , พระอาจารย์ดอกเข็มป่า , อ.สถาพร ศรีสัจจัง , กิ้ม , เต , นายก อบต.ทุ่งใหญ่
สามัญชนคนรักษ์ป่า ณ อ่างเก็บน้ำ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่


งานวันรักษ์เขาคอหงส์ ณ อ่างเก็บน้ำ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กิจกรรมในงานเริ่มจากช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย 53 มีการทำบุญตักบาตร และกิจกรรมทางศาสนา โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งใหญ่
กิจกรรมในช่วงบ่ายเริ่มที่เวลา 16.00 น. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งใหญ่มาเป็นประธานเปิดงาน
ตามด้วย อ.ประกาศ สว่างโชติ กล่าวที่มาที่ไปของงานวันรักษ์เขาคอหงส์ จากนั้นจะเป็นกิจกรรมบนเวที เช่น การเเข่งขันตอบปํญหา และการเเสดงดนตรีจากกลุ่มต่างๆ แต่ก็ยังมีกิจกรรมที่จัดเป็นนิทรรศการอื่นๆอีกมากมาย เช่น นิทรรศการภาพถ่ายเขาคอหงส์ และกิจกรรมของกลุ่มอนุรักษ์เขาคอหงส์และยังมีการเเจกพันธุ์ไม้อีกด้วย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเริ่มอนุรักษ์เขาคอหงส์ ที่ภาครัฐได้ร่วมกับองค์กรต่างๆร่วมกันขับเคลื่อน
มันยังคงเป็นเรื่องน่าติดตามว่าทิศทางของเขาคอหงส์จะเป็นเช่นใด ต่อไป...












วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

29 พ.ค 53 ครบรอบปีที่ 3 สามัญชนคนรักษ์ป่า

เสร็จงานแล้ว....สามัญชนล้างจานด้วย...จ้า
วงสามัญชนคนรักษ์ป่า
ขาว-แดง วงภูเล
บังหมัดและวงทรายเล
ร่วมกันปลูกต้นไม้
ร่วมกันปลูกต้นไม้
ตัวแทนจากองค์กรต่างๆร่วมเสวนา เช่น อบจ.สงขลา,เทศบาลนครหาดใหญ่,มอ.,สวจส,กศน,อบต.,รร.หาดใหญ่พิทยาคม
เวทีสานเสวนา "รักษ์ป่าเขาคอหงส์" และภาพวาดของ ดอกเข็มป่า
สามัญชนคนรักษ์ป่าและนายอำเภอหาดใหญ่
ทำบุญตักบาตรพระจาก วัดพรุเตาะ,สำนักสงฆ์บ้านในไร่,สำนักสงฆ์เลียบนิกาย
นายอำเภอหาดใหญ่มาเป็นประธานเปิดงาน สานเสวนา "รักษ์ป่าเขาคอหงส์"

29 พฤษภาคม 2553 กิจกรรมสานเสวนา "รักษ์ป่าเขาคอหงส์"
...กลางสายฝนที่ทวดปู้เจ้าขุนพลายดำแห่งเขาคอหงส์พร่างพรมลงสู่ลูกหลานให้ชุ่มเย็นในตอนเย็นๆ ของวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 53... สามัญชนคนรักษ์ป่า หรืออีกชื่อหนึ่งในนาม ประชาคมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาคอหงส์ ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นในโอกาสที่ครบรอบการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าเขาคอหงส์ย่างเข้าปีที่ 4 โดยประสานงานไปยังองค์กรต่างๆเพิ่มมากขึ้น ...ทีมงานสามัญชนคนรักษ์ป่าต้องทำงานกันอย่างหนัก ทั้งแรงกายเเรงใจแรงสมอง จนเกิดงานนี้มาได้ แม้เป็นงานเล็กๆแต่ถือว่าเป็นงานที่อบอุ่น โดยเฉพาะเครือข่ายอนุรักษ์หลายท่านที่ร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผาดำ ที่นำทีมโดยประธานวิทย์และลุงเหล็กและทีมงานกลุ่มอนุรักษ์อีกหลายท่าน และที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือทุกท่านที่มีใจรักษ์ป่า ขอผลบุญกุศลครั้งนี้จงดลบันดาลให้ทุกท่านมีอากศที่บริสุทธ์หายใจ มีน้ำใสๆไว้หล่อเลี้ยงชีวิต
กิจกรรมในงานเริ่มจากทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในช่วงเช้า และช่วงเย็นเป็นการเสวนาเรื่อง "รักษ์ป่าเขาคอหงส์" ที่บรรดาผู้นำจากองค์กรต่างได้มานั่งซัดคารมกันอร่อย ปาก( แต่แนวทางการและมาตรการป้องกันยังหาจุดยืนไม่ค่อยจะได้)ตามด้วยการเเสดงนาฏศิลป์ของนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม ที่รอกันนานจนต้องทาลิปสติกเป็นครั้งที่ 2 (จนผู้ประสานงานกล้มใจเป็นยิ่งนัก) เพราะฝนตกกำหนดการจึงเปลี่ยน แต่ก็สามารถเรียกเสียงตีมือจากแขกที่มาในงานได้พอสมควร...จากนั้นที่ปรึกษาประชาคมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาคอหงส์ (สหายหมูเถื่อน)กล่าวที่มาที่ไปของงานพร้อมด้วยบทกวีแห่งผืนป่าและสายน้ำเขาคอหงส์เป็นลำนำเล่าเรื่อง...
...ตะวันเริ่มลาลับสดับตรงขอบฟ้าทางทิศตะวันตก กลิ่นน้ำจันทร์และเนื้อย่างแตะรูจมูกส่งผลให้ต่อมรับรสหลังน้ำบ่อน้อยไหลหยดย้อยลงคอเสื้อ กระดูกโกลนและกระดูกทั่งในในหูได้รับเสียงสายกีตาร์กระทบปลายเล็บ จะเป็นใครอื่นใดไปไม่ได้ อาหมัด หวังเหมรา หรือบังหมัด วงทรายเล ศิลปินท้องถิ่นพื้นบ้านผู้ซึ่งขับขานขับเคลื่อนบทเพลงด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ขาว - แดงและลูกๆ วงภูเล สองพี่น้องที่ยึดมั่นอุดมการณ์แห่งงานเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ และบทเพลงจากภูผาหญ้าปล้อง ร่วมขับงานเสียงเพลงแนวโฟล์คให้มิตรสหายที่มาในงานได้รับฟังกัน
...บรรยากาศยามค่ำคืนช่างดูสดชื่น มิตรสหายที่มามีความสุข ผู้จัดงานรู้สึกหายเหนื่อยทันทีทันใดหรืออาจเป็นเพราะได้รับดอกไม้สวรรคที่สหายเลียงผาเก็บเกี่ยวมาฝากจากภูผาหญ้าปล้อง ช่างสดชื่นยิ่งนัก
...งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่อุดมการณ์มิเคยเปลี่ยน
...ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกัน (เจ้าของสถานที่ , หน่วยงานที่สนับสนุน ,เพื่อนพ้องมิตรสหาย ,และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก...สาธุ)













วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553

สำรวจป่าเขาคอหงส์ 4/2553







เก็บตก

เก็บตก

เก็บตก
เก็บตก

เก็บตก







สหายหมู่เถื่อนขอพรเจ้าที่เจ้าทาง(เจ้าบ่าวน้อย)ให้ช่วยปกปักรักษาเขาคอหงส์
บนยอดควนสูง มีร่องรอยพระมาธุดงค์
โอ้.. เย้ ! ไอ้หย่าลากะ ...พระเจ้าจอร์จ ...นี่นะหรือควนสูง

ไอ้หย่า ! หวางอีถึงยอดควนสูง

โอ๊ย ! กว่าจะถึงยอดควนสูง

จุดหมายปลายทาง ณ ควนสูง (เจ้าบ่าวน้อย)

กราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดพรุเตาะ

สำรวจป่าเขาคอหงส์ 4/2553

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

สำรวจป่าเขาคอหงส์ 3/2553

ต้นนี้ขอก็แล้วกัน อายุมัน เรารวมกันคงไม่ใช่
มาตรา 20 ดีไหมนี่
อีกแล้ว(ผู้นำทำเอง)
บริมาณน้ำลดลงเยอะนะ
แอ้ม...หนึ่งแกงเนื้อ สองหม้อข้าว สามแกงเลียง (หรอยจังหู้เลย)
ครุ่นคิด ชีวิต พนา พฤกษา พงไพร ป่าใหญ่ ป่าน้อย กุ้งหอย ปูปลา ณ ภูผาหญ้าปล้อง
กางเต้นท์นอน ชายป่า อาบฟ้า ห่มดาว .... เล่าเรื่องราว เดินทาง ที่พานพบ ประสบเจอ
พักก่อนนะ รุ่งราง ค่อยเดินทางต่อ
พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์โดนลักลอบขายหน้าดิน
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นเสม็ดชุดเเละไม้เเดง(กำลังถูกบุกรุกจากนายทุน)
อีกหนึ่งพื้นที่เขาคอหงส์ที่เรียกว่า ควนเสม็ดชุน

จากเขาคอหงส์ถึงเลสาปสงขลา
จากเขาคอหงส์ ถึงเขา ต.น้ำน้อย
เป็นถ้ำเก่าที่ขุดขึ้นเพื่อหาสายเเร่ดีบุค มีความลึกประมาณ 20 เมตร
ถ้ำหิน
ประชาคมรักษ์ป่าเขาคอหงส์
สำรวจป่าเขาคอหงส์ 3/2553

เขาคอหงส์ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ครอบคลุมตำบลคอหงส์และตำบลทุ่งใหญ่ มียอดสูงอยู่สองยอด ยอดที่สูงที่สุดเรียกว่าเขาคอหงส์ สูงประมาณ 371 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และยอดที่เรียกว่าเขาชุมสัก สูงประมาณ 325 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (Maxwell, 2006) ข้อมูลจากสถานวิจัยสารสนเทศภูมิศาสตร์ คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่วิเคราะห์จากข้อมูลดาวเทียม Landsat 7 พ.ศ. 2549 ระบุว่ามีพื้นที่ป่าไม่ผลัดใบ 2.37 ตารางกิโลเมตรหรือ 1,480.46 ไร่ และ ป่าไม่ผลัดใบเสื่อมสภาพ 1.83 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,144.01 ไร่ สำหรับพื้นที่ทั้งหมดของเขตเขาคอหงส์ที่เป็นที่สาธารณะและที่เป็นสวนยางนั้นยังไม่มีการวิเคราะห์ที่ชัดเจนเนื่องจากปัญหาของการครอบครองที่ไม่มีความชัดเจนในแง่ของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม Maxwell (2006) ระบุว่าเขาคอหงส์มีพื้นที่โดยประมาณ 13 กิโลเมตร (โดยไม่มีข้อมูลว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการประมาณ) สภาพพื้นที่ป่าที่สถานวิจัยสารสนเทศภูมิศาสตร์วิเคราะห์นั้น ยังอาจจัดจำแนกสังคมพืชในพื้นที่ทั้งสองอย่างละเอียดได้อีกเพื่อประโยชน์ในการวิจัยด้านต่าง ๆ สืบเนื่องจากการดำเนินงานทั้งสามโครงการดังกล่าว พบว่าปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณรอบเขาคอหงส์ คือ มีผู้บุกรุกเข้ามาใช้พื้นที่ปกปักฯ เพื่อตัดไม้ไปใช้ประโยชน์ ทำสวนยางพารา และล่าสัตว์ ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ นอกจากนี้ พื้นที่ปกปักฯ นี้ไม่มีหลักเขตที่แน่นอนทางกฎหมาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกบุกรุกมากยิ่งขึ้น ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลาย รวมถึงบริการทางนิเวศวิทยาที่มีคุณค่าต่อชุมชนโดยรอบพื้นที่ การดำเนินมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ปกปักฯ ของมหาวิทยาลัยฯ จะบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อชุมชนโดยรอบพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักต่อปัญหาสำคัญดังกล่าวร่วมกัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาพื้นที่เขาคอหงส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ การสร้างมาตรการเบื้องต้นในการแก้ปัญหาและการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชและป่าไม้ของชุมชน และเป็นการเริ่มต้นสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชน (ที่มาwww.rakkhohong.com)