วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

สำรวจป่าเขาคอหงส์ 2/2553

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์บ่อท่อโปรดคุ้มครองประชาคม ฯ และเขาคอหงส์ ...สาธุ
เก็บมาฝาก
เก็บมาฝาก
เก็บมาฝาก
เหนื่อยครับ
ไม้กฤษณาโดนเจาะเพื่อนำไปทำน้ำหอมให้คนตัวเหม็น
ไม้กฤษณาต้นใหญ่โดยเจาะใกล้จะล้ม
สภาพไม้กฤษณาโดนลักลอบเจาะ (ต้องพ่นสีไว้เป็นหลักฐาน)
ต้นไม้ที่ตัดทิ้งไว้ เผลอเมื่อไหร่โดนเผา
ความโลภทั้งนั้น
โดยบุกรุกทำสวนยางพารา(ให้พม่าตัด)
ประชาคมรักษ์ป่เขาคอหงส์
สำรวจป่าเขาคอหงส์ 2/2553
กุมภาพันธ์ 2553 เดือนแห่งความรักทั้งปวง โดยเฉพาะเรา ประชาคมรักษ์ป่าเขาคอหงส์ที่ยังคงรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใกล้เมืองศูนย์กลางความเจริญของภาคใต้ ( แต่ขาดการเหลียวแล)
ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอะไรสักอย่าง เราจำเป็นต้องทำในบางเรื่องตามศักยภาพของเราที่พอทำได้ เพียงเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงที่นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกขณะ
การทำด้วยใจที่บริสุทธ์ ย่อมได้มาซึ่งยาชูกำลังทางใจ เพียงเเค่นี้ก็หายเหนื่อยและก็มีเเรงที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้นหนทางที่เดินจะอีกแสนไกลสักเเค่ไหน แม้นหนทางข้างหน้าจะเผชิญกับขวางหนามสักเท่าใด เพียงเเค่มีกำลังใจทางที่แสนไกลก็ใกล้กว่าที่ใจคิด(ประชาคมอนุรักษ์ป่าต้นนำเขาคอหงส์)
"ข้าพเจ้าขอร้องเรื่องการตัดป่า ได้ขอร้องท่านนายกฯ ไปแล้วว่า มีกฎหมายใด มีวิธีใด ที่จะรักษาป่า เพราะว่า ไม้แต่ละต้น ถ้าเป็นพันธุ์ไม้ใหญ่จะเก็บน้ำจืดไว้จำนวนมากมาย และปล่อยออกมาเป็นลำธาร และปล่อยออกมาเป็นแม่น้ำ และอีกอย่างที่ข้าพเจ้าอยากจะขอร้องพวกท่าน เพราะข้าพเจ้าเป็นพระราชินีมาตั้งแต่อายุ 57 กว่าๆ ก่อน 18 ไม่กี่เดือน จนถึง 75 เนี่ย ยังขอร้องอะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ไม่มีะไรเลย ไอ้เรื่องต้นไม้เนี่ย เต้นอยู่ตลอด ก็ไม่มีผลสำเร็จ แอบตัน ทางการก็ไม่มีกฎหมายอะไร หรือมาตรการที่ดูแลรักษาป่า เพื่อเก็บน้ำจืดไว้ ภรรยาท่านประธานาธิบดีแห่งลาว เมื่อตอนมาเยือนประเทศไทย ก็พูดกับข้าพเจ้า บอกว่า "ทำไมคนไทยชอบตัดป่านัก ตัดป่าของตนเองเหี้ยนเตียนหมด อีกหน่อยเถอะระวังไม่มีน้ำกิน ยังก้าวร้าวเข้าไปตัดป่าเมืองลาวอีก ลาวไม่ยอมเด็ดขาด ไล่เปิดไปหมดเลย" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านสอนข้าพเจ้าอย่างนี้ บอกเนี่ยเป็นอย่างนี้ พูดเท่าไรไม่ฟังก็ต้องตายซะก่อน เห็นซะก่อนถึงจะเชื่อฟัง เพราะว่ามันก็ต้องถล่มแน่ เพราะพื้นที่มันเป็นพื้นที่สูงอย่างนี้ มันเป็นป่า เมื่อฝนแรงมากตกลงมา ดินมันก็ต้องถล่มลงมาทับตัวเอง และไม้ที่ตัวเองขึ้นไปตัวต่างๆ ก็ถล่มมากับน้ำมาทับหมดเลย ข้าพเจ้าว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงมาทำลายหมู่บ้านต่างๆ เป็นอย่างมาก ก็ด้วยเหตุนี้ ทีนี้หน้าที่ของพวกเราก็คือว่า จะต้องกระจายข่าวไปว่า อันนี้ที่จะตายไม่ตายแหล่ ก็เรื่องที่ปล่อยให้คนที่เห็นแก่ตัวไปเที่ยวตัด ไปถล่มป่าไม้ ไม่ดูภูมิประเทศ ไม่ดูถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่คนยากคนจนที่อยู่ชายเขา ริมเขา เพราะฉันหวังจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านว่า ตั้งต้นเสียทีเถิด" (พรราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ)











วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

10 มี.ค.2553 ร่วมสำรวจป่าต้นน้ำผาดำ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

น้ำตกผาดำ
ผาดำ(ก่อนเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย)
กิจกรรมยามค่ำคืน(แนะนำตัว, หนังตะลุงเหล็ก,ร้องรำทำเพลง,อื่นๆ)
ทะเลหมอกบนยอดผาดำ
ประชาคมรักษ์ป่าผาดำ+ประชาคมรักษ์ป่าเขาคอหงส์+นักศึกษา ม.อ.
ป่าไม้ให้ร่มเย็น อีกทั้งเป็นแหล่งทรัพย์ป่า ต้นไม้เป็นสินค้า น้ำ-ดิน-ฟ้า เป็นผลพลอยได้ รักเถิดช่วยรักษา ปกป้องป่าให้พ้นภัย ถ้าขาดซึ่งป่าไว้ ประชาไทยคงล่มจม บุกรุกแผ้วถางป่า ผลได้มาคงไม่สม น้ำท่วมดินทับถม ต้องซานซมเมื่อภัยมา ทรัพยากรป่าไม้ หากรู้จักใช้มีคุณค่า ต้นทุนเก็บรักษา แม้ชาติหน้ายังเหลือเฟือ......... (สืบ นาคะเสถียร)....
(จากใจประชาคมฯ )

น้ำตกผาดำยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดสงขลาที่กำลังพัฒนา น้ำตกแห่งนี้อยู่ในบริเวณผืนป่าเขาแก้วซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด อดีตเคยเป็นพื้นที่สีแดง เป็นที่ยึดครองของพรรคคอมมิวนิสต์ ประกอบกับสภาพความเป็นป่าใหญ่ดิบชื้น ไม่สะดวกในการเดินทาง ทำให้น้ำตกผาดำยังไม่เป็นที่รู้จักการเดินทางสามารถใช้ถนนสายกาญจนวนิชมุ่งหน้าไปยังอำเภอสะเดา เลี้ยวขวาไปยังบ้านบาโรย ท่านจะพบกับสำนักงานอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำคลองอู่ตะเภา ที่พร้อมต้อนรับนำท่านไปสัมผัสบรรยากาศป่าด้วยการเดินเท้าไปยังบริเวณป่าผาดำ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หากต้องการรถช่วยอำนวยความสะดวกย่นระยะทางหน่วยอนุรักษ์จะมีรถบริการให้ด้วย หลังจากท่านชื่นชมพันธุ์ไม้แปลกตาของป่าต้นน้ำทั้งสองข้างทางไม่นาน ท่านจะมาถึงจุดรวมมีศาลาอยู่ 1 หลังเพื่อให้ท่านนั่งพักหายเหนื่อย ก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปยังที่พักแรมบนผืนป่าผาดำ ระยะทางจากศาลาที่จุดรวมก่อนเดินทางไปน้ำตกผาดำ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ชันไม่มากนักประมาณ 2 กิโลเมตร และพื้นที่ชันมากอีกประมาณ 1 กิโลเมตรในระหว่างการเดินทางท่านจะผ่านน้ำตกใน 5 ช่วง ช่วงที่ 1 เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 10 เมตร ทางลงไปเล่นน้ำตกช่วงนี้ค่อนข้างลำบากจึงไม่ค่อยมีใครลงไปเล่น ช่วงที่ 2 เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร เป็นช่วงที่มีน้ำตกสวยงาม ลงไปเล่นน้ำได้ สายของน้ำตกจะลงตรงมาด้านล่างก็จะเป็นแอ่งน้ำและมีพื้นด้านล่างเป็นพื้นทรายช่วงที่ 3 เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 12 เมตร บริเวณน้ำตกช่วงนี้เป็นโขดหินและเป็นพื้นที่ชันจึงไม่สะดวกที่จะไปเล่นน้ำตกในช่วงนี้เพราะว่าค่อนข้างจะอันตรายช่วงที่ 4 เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 50 เมตร และเป็นช่วงที่มีน้ำตกสวยที่สุด มีบริเวณกว้างเหมาะแก่การชมและการเล่นน้ำ ในช่วงฤดูฝนสายน้ำที่ไหลลงมาจะมี 3 สาย ซึ่งเป็นสายหลัก 1 สาย และสายย่อยแตกออกอีก 2 สาย ไหลลงมาแลเห็นเป็นสายน้ำสีขาวสดสะพรั่งตัดกับผาโขดหินสีดำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้จนได้ชื่อว่าน้ำตกผาดำ ส่วนฤดูแล้งจะมีน้ำไหลลงมาเพียงสายเดียวเท่านั้นและจำนวนน้ำก็จะน้อยมาก ถ้าหากท่านมาตอนฤดูฝนท่านจะสัมผัสความสวยงามของน้ำตกได้มากกว่าในช่วงฤดูแล้ง การเดินทางจากบริเวณน้ำตกชั้นสูงสุดขึ้นไปยังบริเวณเหนือน้ำตกซึ่งเป็นที่พักแรม จะเป็นพื้นที่ชันระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณสถานที่พักแรมเป็นลานดินอยู่ใกล้กับสายน้ำ รายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขนาดหลายคนโอบ พื้นที่กว้างจุคนได้ประมาณ 100 คน มีก้อนหินวางไว้เป็นวงกลมเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การสันทนาการ กิจกรรมรอบกองไฟ เป็นต้นลักษณะของการพักผ่อน ก็จะแล้วแต่ความสะดวก เช่น การนอนเปล นอนเต็นท์ หรือนำผ้ายางมามุงหลังคาและปูพื้นก็จะสามารถนอนได้หลายคน แต่บอกไว้ก่อนว่าอากาศค่อนข้างหนาว ความน่าสนใจของป่าผืนนี้นอกจากน้ำตกผาดำแล้ว ท่านสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ พันธุ์พืชแปลกตา สำรวจร่องรอยของสัตว์ป่า ไปดูอุโมงค์หลบภัยของพรรคคอมมิวนิสต์ และเดินทางไปยังสันปันน้ำ และหากท่านเดินทางขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของเทือกเขาท่านจะมองเห็นไปยังฝั่งของจังหวัดสตูล การเดินทางไปสันปันน้ำทั้งไปและกลับใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง
(ที่มาwww.khlong-u-taphao.com)

ด่วนที่สุด 1 มี.ค. 2553 (โรคระบาดสายพันธุ์เดิม ) ณ เขาคอหงส์

โค่นป่า...เผา...ทำลาย...
ไม้ที่รอการลักลอบแปรรูป
ตัดไม้...เผาป่า
ไม้รอการแปรรูป
การบุกรุกทำลายป่าเขาคอหงส์เพื่อแปรสภาพเป็นสวนยางพารา

"...เพราะว่าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เขาบอกว่าเพราะว่ามีสารคาร์บอน (คาร์บอนไดออกไซด์) ขึ้นไปในอากาศมาก จะทำให้เหมือนเป็นตู้กระจกครอบ แล้วโลกนี้ก็จะร้อนขึ้น เมื่อโลกนี้ร้อนขึ้น มีหวังว่าน้ำแข็งจะละลายลงทะเล และรวมทั้งน้ำในทะเลนั้นจะพองขึ้น...สิ่งที่ทำให้คาร์บอนในอากาศเพิ่มมากขึ้นนั้น มาจากการเผาเชื้อเพลิง ซึ่งอยู่ในดินและจากการเผาไหม้..." "...ที่ทำให้เกิดมาพูดเรื่องคาร์บอน เรื่องจะร้อน จะเย็น น้ำจะท่วมไม่ท่วม เพราะว่าถ้าเรามาศึกษาอย่างใจเย็น อย่างมีเหตุผลแล้ว ก็จะหาทางแก้ไขได้ หรืออย่างน้อยก็ให้พยายามแก้ไข มันจะดีกว่าที่จะมาขัดแย้งกัน แล้วเมื่อขัดแย้งกัน ก็มักก่อเกิดปัญหาใหม่ คือปัญหาการเดินขบวนที การประท้วงที การจราจรวุ่นวายเป็นต้น แล้วก็ทำให้ผู้ที่รับผิดชอบปวดหัว เลยไม่ต้องคิดแก้อะไร ต้องมาคิดแก้แต่สิ่งวุ่นวาย..
." พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่4 ธันวาคม2532

"...ทำไมคนไทยถึงชอบตัดต้นไม้นักซึ่งข้าพเจ้าสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่อายุน้อยๆ จนแก่จนบัดนี้ก็ยังไม่สำเร็จเลยก็พยายามพูดกับรัฐบาลทุกรัฐบาลเลยว่า ถ้านี่ต่อไปนี่ อันนี้เพิ่งอ่านพบว่าถ้าป่าเสื่อมสูญไปน้ำจืดที่เราจะมีกิน มีใช้ก็จะน้อยมาก ทางองค์การโลกเขาได้พยากรณ์ไว้ว่าอีกประมาณสัก20 ปีน้ำจืดนี่จะขาดแคลนอย่างมาก จะเป็นของที่หายากมากคือหนังสือที่ลงนี่ เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงของโลก ข้าพเจ้าจึงเชื่อว่าเป็นความจริง...
" พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆพระราชทามพระวโรกาสให้คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันที่ 11 สิงหาคม2550

27 ก.พ. 2553 งานตลาดนัดสร้างสุข ณ สนามกีฬาพรุค้างคาว

(ผู้สนับสนุน)
แสดงภาพถ่ายเรื่องราวการอนุรักษ์และจำหน่ายเสื้อ
ดนตรีแนวโฟค์ฟังเรียบง่าย
เล่าเรื่องราวโดยใช้ดนตรีเป็นสื่อ

...27 ก.พ. 2553 ตลาดนัดสร้างสุข ณ สนามกีฬาพรุค้างคาว ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ประชาคมรักษ์ป่าเขาคอหงส์ร่วมกับ สวรส. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องราวของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้...



มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการจัดหางานตลาดนัดสร้างสุขคนสงขลา และสานรักครอบครัวครั้งที่ 3 ภายใต้วัตถุประสงค์ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา “เด็ก เยาวชน ครอบครัว”

ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ เด็ก เยาวชน และครอบครัว ได้เรียนรู้การดำเนินงานสร้างสุขภาพของภาคีเครือข่ายแผนสุขภาพจังหวัด 3 ปี (14 เครือข่ายเชิงประเด็น 20 เครือข่ายพื้นที่) ขยายผลเชิงการเรียนรู้ให้ท้องถิ่นและภาคีสุขภาพในจังหวัดรับไปดำเนินการในพื้นที่ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมมากมาย อาทิ กิจกรรมโซนครอบครัว ทำขนมไทย สานใบเตย, เล่นหมากขุม, ฉับโผง, ดินน้ำมัน, ทำว่าว, สร้างลานศิลปะ, เดินกะลา ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมี บอร์ดแสดงความคิดเห็น เพื่อป้องกันและเป็นการรับทราบปัญหาเกี่ยวกับเด็ก เยาวชนและครอบครัว อีกทั้งยังเป็นการร่วมมือกันสร้างเครือข่ายและร่วมแก้ไขปัญหา โดยความร่วมมือจากทางภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาชนประกาศเริ่มต้นวาระสงขลาพอเพียง 2554 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น ประกาศความร่วมมือในการขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่ความเป็นจังหวัดที่พอเพียง ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

กุมภาพันธ์ 2553 (กิจกรรมปลูกจิตสำนึกและระดมทุนอนุรักษ์ธรรมชาติ)

the end
สหายหมูเถื่อนปรายหน้าบท เรื่องน้ำตากฤษณา
กิจกรรมหน้างานมหกรรมหนังสือระดับภาค สหายสายลม ระทมเพียงลำพัง ยังฝากความหวัง ไปยังผองชน
สหายบินหลา ... รักษาการณ์ครับ
น้ำตาใหลรินหมดสิ้นแล้วเหอ.....พี่น้อง ภูผาหญ้าปล้องน้ำเคยไหลนองเหือดหาย.......
ณ โรงช้าง มอ.หาดใหญญญญญญญญญญญญญญญญญญญ่
มาเเว้ว.......สามัญชนคนรักษป่าต้นน้ำเขาคอหงส์ ... เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ร่มปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนรักษ์ธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อม (เอ้า มอ.นี่แหละตัวดีนัก) อยู่ก็ใกล้แต่มองไม่ค่อยจะเห็น ต้องมาแงะดวงเนตรให้กว้างๆ เผื่อจะเห็นเลือนลางก็ยังดีรึว่ามีขี้ดวงเนตรเกาะเกอะกรังจะได้งัดลงไปดิ่งลงยังชักโครกเก่าๆ ซะ
ฝายเก็บน้ำ มอ.นั่นช่างใหญ่โต๊โต โอ้โหเอาน้ำจากไหนไปใช้ล้าง...(ขี้)พระคุณท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ดอกทั้งหลาย
คุณหญิงคุณชายยันสถุนที่หมกมุ่นวิชาการ ปวดกะบาลเจ็บเบ็ดหัว (อ้อลืมไป...ท่านคงใช้ทิชชู่เช็ดรูก้น...ท่านไม่ง้อน้ำหรอก)
สื่อบอกโลกร้อน...ไม่เป็นไร...ท่านใช้แอร์ emenant ก็ไม่เห็นร้อน (ถาม:ไฟดับท่านทำยังไง ) (ตอบ:ก็เอาน้ำจากฝายมาปั่นไฟไง) (ถาม:ถ้าน้ำหมดละ)(ตอบ: ?)
.....โง่จริงดอกเตอร์ ก็ กางร่มให้โลกไง 555+++

กิจกรรมปลูกจิตสำนึกและระดมทุนอนุรักษ์ธรรมชาติ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ( 3 วัน ที่ โรงช้างและหอสมุด มอ.)

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สำรวจป่าต้นน้ำเขาคอหงส์ 31 มกราคม 2553(1/2553)

ต้นกฤษณาโดนทำลาย
สหายเชกับกฤษณา

สภาพต้นกฤษณาโดนทำลาย

ดอกเข็มป่ากลางป่าเขาคอหงส์

ไม้โดนแปรรูป

มาจากป่าต้นน้ำ

ต้นไม้ใหญ่ vs สหายเลียงผา

ทำลายที่พักของกลุ่มลักลลอบตัดต้นกฤษณา

เส้นทางสำรวจ

4 สหาย ประชาคมรักษ์ป่าต้นน้ำเขาคอหงส์
....09.00 น. 31 มกราคม 2553 เช้าที่รู้สึกว่าเขาคอหงส์
ร่ำร้องตะโกนก้องฝากมากับสายลมว่า"ใครก็ได้มาดูน้องกฤษณาข้าทีเถิด น้องข้าไม่สบายมาหลายฤดูแล้ว"สายลมพัดพาเสียงของเจ้าป่าเขาคอหงส์ มากระทบโสตประสาทของประชาคมรักษ์ป่า ด้วยความจงรักภักดีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์ ณ ศาลาบ่อท่อ ดังนั้น 4สหายจำเป็นต้องย่างกายาเข้าป่าทันที

....ด้วยตัวตนของ 4 สหาย ที่ยังมีกลิ่นน้ำจันทร์จากการร่ำสุราตอนชมเเสงจันทร์เมื่อคืน ต้องสะพายเป้ที่อัดแน่นไปด้วย ข้าว, ปลากระป๋อง ,น้ำ และอุปกรณ์อื่นๆ "มันช่างเเสบบ่าเสียยิ่งนัก จำได้ว่าเคยเเบกเป้ตั้งแต่เรียนวิชาลูกเสือตอนมัธยม" สหายฤาษีกล่าว

....2 ล้อคู่ใจล่ามไว้ตรงโคนต้นยางพาราแก่ๆ

....ให้ตายเถิดสหายเอ๋ย...ศพของกฤษณานอนตายท่ามกลางญาติมิตรและกฤษณาอีกมากกำลังไม่สบาย " ไอ้สัตว์ตนใดมันช่างทำได้อย่างนี้" สหายเช กล่าว

....4 สหาย สัญญาว่าจะช่วยชีวิตเจ้า

....เสียงย่ำฝีเท้าบนใบไม้ที่ร่วงหล่น คอแหนนตั้งขึ้นเพื่อมองหากฤษณา ณ ที่นี้คงไร้ซึ่งสัตว์ป่าแล้วกระมัง " สหายหมูเถื่อนกล่าว"
...."ได้ยินไหม" สหายหมูเถื่อนทัก ข้าได้ยินเสียงกฤษณาร้อง
...12.00 น. "มาทางนี้เร็ว" สหายฤาษีเรียก เราเจอของดีเข้าแล้วแหละ โอ้....เราเจอที่พักของกลุ่มโจรลักลอบตัดไม้กฤษณา "ช้าอยู่ใย"

....4 สหายทำลายที่พักของโจรชั่ว "โอ้โห..น้ำมันทอด น้ำมันหอย น้ำยาล้างจาน" สหายหมูเถื่อนรำพัน

....13.00 น. พักก่อนนะ ...สหายเช รีบปลดเปลื้องสำภาระ แล้วคว้าเปลจากเป้ออกมาผูกกับเพื่อนไพร ก่อนที่สหายหมูเถื่อนจะรื้อของออกจากเป้ที่อัดแน่นไปด้วยปลาเค็ม เนื้อทอด

"ผมเอามะนาวมาด้วยนะ" สหายฤาษีบอก

....พยาธิตัวสุดท้ายกำลังจะวายชีวา "จะรอให้มดขึ้นก่อนรึ ลงมือเลย" สหายเลียงผาบอก(เป็นอาหารที่นับว่าสุดยอดอีก 1 มื้อ)

...ท้องตึง หนังตาเริ่มย่อน "อย่าหลับนะ" สหายเลียงผากล่าว "ผมมีกาแฟและผมก็มีกระป๋องปลากระป๋อง" มันช่างคู่กันเหลือเกิน วันนี้ดื่มกาแฟกลิ่นปลาซาร์ดีน

....14.30 น. ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ...จากสายน้ำน้อยๆจนเติบใหญ่ขึ้น ผ่านหมู่ปลาที่เเหกว่ายไปมา...4 สหายเดินทางกลับโดยไม่ย้อนทางเก่าเพื่อจะดูแลเพื่อนไพรต่อไป
....16.00 น. ถึงแล้ว 2 ล้อคู่ใจ ยังคงรอคอย

....ภาระกิจในวันหน้ายังคงรอการดูแลจากมวลมิตรสหาย ตราบลมหายใจที่มุ่งมั่น " เราจักดูแลเจ้าตลอดไป เพื่อนไพรเอ๋ย" 4 สหาย ประชาคมรักษ์ป่าต้นน้ำเขาคอหงส์ ลั่นวาจา



วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

กิจกรมปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2552

เสวนากันหน่อย (ขอความคิดเห็น)
บังหมัด (ทรายเล) ซัดไป 2 เพลง บ่ต้องเกรงใจใครเด้อ
สามัญชนบรรเลงเพลงหน่อย.......ให้ข้าวย่อย.....แล้วค่อยเสวนา
นับ 1 - 100 แล้วยกมือเลยนะ
คนละต้น 2 ต้น นะเยาวชนจ๋า
ต้นไม้ในรถขนลงให้หมดเลยครับ...บบบบบบบบบบบบบบ
ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ
ปลูกแล้ว....มาดูแลด้วยนะ....
ครูชะอ้อนและครูวิลาวัลย์ผู้ควบคุมดูแลนักเรียน
ผช.เจริญ ปรีชานุกิจ บอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาและกำหนดการต่างๆของกิจกรรม
นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคมและโรงเรียนวัดพรุเตาะลงทะเบียนรับขนมและน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า “...การที่จะมีต้นน้ำลำธารไป ชั่วกาลนานนั้นสำคัญอยู่ที่การรักษาป่าและปลูกป่าบริเวณต้นน้ำลำธาร...” กระแสพระราชดำรัสดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีใจความตอนหนึ่งว่า “...พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัว สร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า...”
กิจกรรมปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติ
ชื่อแผนงาน
สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ชื่อโครงการ
โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒
หลักการและเหตุผล
เนื่องจากปัจจุบันปัญหาด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบถึงการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วโลกทั้งทางตรงและทางอ้อม ในส่วนของปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ก็อยู่ในขั้นวิกฤต เพราะฉะนั้นแนวทางการแก้ปัญหาได้แก่ การป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ที่เหลืออยู่ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ที่เสื่อมโทรม เพื่อที่จะส่งผลให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสร่วมกันทำกิจกรรมปลูกป่าเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้รักต้นไม้ รักป่าไม้ และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้
เนื่องในปี ๒๕๕๒ นี้ เป็นปีมหามงคลในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๒ พรรษาในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางประชาคมรักษ์ป่าของ ต.ทุ่งใหญ่ จึงได้จัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อที่จะทำความดีเป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมด้วยการปลูกป่า
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของ ต.ทุ่งใหญ่
๒. เพื่อสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๓. เพื่อลดภาวะโลกร้อน
เป้าหมาย
ให้นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม จำนวน ๕๐ คน นักเรียนโรงเรียนวัดพรุเตาะ จำนวน ๒๕ คน และประชาชนทั่วไป ร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน ๔๐๐ ต้น ในพื้นที่สาธารณะ ๔ ไร่ ณ บริเวณศาลาบ่อท่อ หมู่ที่ ๕ ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ขั้นตอนการดำเนินงาน
๑. ประชาสัมพันธ์เพื่อแนะนำโครงการให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆได้รับทราบและเข้าใจ
๒. ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผน
๓. ปฏิบัติงานตามหน้าที่รับผิดชอบ เช่น
- จัดเตรียมพื้นที่ปลูก (ตัดหญ้า ,ขุดหลุม,ไม้หลักปัก)
- จัดเตรียมกล้าไม้จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สัก,ตะเคียน,หลุมพอ ,ยางนา ฯ)
- ทำป้ายโครงการ ป้ายไวนิลและจัดหาเครื่องขยายเสียง
- ประสานงานกับโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคมและโรงเรียนวัดพรุเตาะ
- ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔. ดำเนินการปลูกต้นไม้ตามโครงการ (วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)
๕. ติดตามและประเมินผลโครงการ
ระยะเวลาดำเนินโครงการ
๑ กันยายน ๒๕๕๒ ถึง ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และติดตามดูแลรักษาตลอดไป
งบประมาณ
๑. ค่าจ้างถางหญ้า ๖,000 บาท (งบประชาคม ฯ)
๒. กล้าไม้ ๔00 ต้น (ขอความอนุเคราะห์)
๓. อาหารกลางวันและน้ำ ๕,000 บาท (ขอความอนุเคราะห์)
๔. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงขนส่ง ๒,000 บาท (ขอความอนุเคราะห์)
๕. ป้ายไวนิล ๑,000 บาท (ขอความอนุเคราะห์)
๖. ป้ายโครงการ ๑,000 บาท (ขอความอนุเคราะห์)
๗. เครื่องขยายเสียง ๕00 บาท (ขอความอนุเคราะห์)
รวม ๑๕,๕00 บาท
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ประชาคมคนรักษ์ป่า ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน
๑. คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
๒.ประชาคมอนุรักษ์รองเท้านารีสีม่วง อ.รัตภูมิ
๓.โรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม
๔.โรงเรียนวัดพรุเตาะ
๕. อ บ ต . ทุ่งใหญ่
๖. คณะกรรมการหมู่บ้าน หมู่ที่ ๕ ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
การประเมิลผล
ตรวจติดตามประเมินผลการเจริญเติบโตของต้นไม้อย่างสม่ำเสมอตลอดไป
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. มีป่าไม้ของ ต.ทุ่งใหญ่เพิ่มขึ้น
๒. เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร
๓. เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของเยาวชน
๔. ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนรักป่า รักต้นไม้
๕.ประชาชน ต. ทุ่งใหญ่ ได้น้อมระลึกถึงพระหมากรุณาธิคุณและแสดงความ จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการปลูกป่าในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒
..................................................
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 ประชาคมสามัญชนรักษ์ป่า ต.ทุ่งใหญ่ ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติขึ้น ณ บริเวณศาลาบ่อท่อ หมู่ที่ 5
ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ประสานงานกับโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม และโรงเรียนวัดพรุเตาะในการนำเยาวชน มาร่วมทำกิจกรรมปลูกจิตสำนึกให้รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ได้ทำกันในวันนั้นได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น มอ.หาดใหญ่ (ให้ต้นไม้ในการปลูกมีต้น ตะเคียน ต้นจำปา ) สวรส.(ให้งบประมาณค่าอาหา +อัดรายการวิทยุ) และคณะกรรมการหมู่บ้านประชาชน ต.ทุ่งใหญ่รวมถึงประชาคมรักษ์ป่าผาดำที่สนับสนุนเเรงกาย+แรงใจที่ทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี

........ภาพกิจกรรมวันนั้นคงอยู่ในความทรงจำของเยาวชนตลอดไป.........

จากใจ คนรักษ์ป่า(ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน)